
Google ไดรฟ์
โดย Google LLC
4.6
- ความปลอดภัย
- 100% Safe
- หมวดหมู่
- การทำงาน
- คะแนนรีวิว
- 4.6
- ราคา
- Free
- ดาวน์โหลด
- 10.00B
แอปนี้ปลอดภัย เชื่อถือได้ ติดตั้งฟรี และดาวน์โหลดได้รวดเร็วโดยไม่มีความเสี่ยงหรือมัลแวร์
ภาพหน้าจอ








วิเคราะห์โดย Getfullapps
เวลาฉันต้องส่งเอกสารจากมือถือไปทำต่อบนคอมพิวเตอร์ สิ่งที่ช่วยประหยัดแรงไม่ใช่แค่การมีพื้นที่เก็บไฟล์ แต่คือการมีไฟล์ต้นฉบับให้กลับมาเปิดจากจุดเดิมได้ แทนที่จะส่งเอกสารเข้าห้องแชตหลายห้องหรือส่งอีเมลให้ตัวเองซ้ำ ๆ Google ไดรฟ์ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางแบบนั้นได้ดี เมื่อจัดไฟล์และสิทธิ์ให้เป็นระเบียบ ฉันจึงใช้มันทั้งเก็บเอกสาร ส่งต่อไฟล์ และกลับมาทำงานต่อจากอุปกรณ์อื่น
ตัวแอปเป็นเครื่องมือด้านการทำงานจาก Google LLC และเริ่มใช้ได้ฟรี ค่าเฉลี่ยจากผู้ใช้ที่ให้คะแนนอยู่ที่ 4.6 โดยมีผู้ให้คะแนนราว 11 ล้านครั้ง และมียอดติดตั้งมากกว่า 10 พันล้านครั้ง ความแพร่หลายทำให้หลายคนคุ้นกับการเปิดไฟล์จากลิงก์ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะชอบวิธีจัดการไฟล์แบบนี้ ฉันอยากชวนดูทั้งขั้นตอนที่ทำให้แอปมีประโยชน์จริง และจุดที่ควรคิดก่อนย้ายงานทั้งหมดขึ้นคลาวด์
ใช้พื้นที่กลางให้ไฟล์เดินทางต่อได้
แก่นของไดรฟ์สำหรับฉันคือการเข้าถึงไฟล์เดียวกันจากหลายช่วงของงาน ไม่ใช่การกองเอกสารไว้บนออนไลน์ให้มากที่สุด เมื่อไฟล์อยู่ในตำแหน่งที่เข้าใจง่าย ฉันรับเอกสารจากโทรศัพท์ เก็บไว้ในโฟลเดอร์ของงาน แชร์ให้คนที่เกี่ยวข้อง แล้วกลับมาเปิดดูภายหลังได้โดยไม่ต้องไล่หาจากประวัติแชต จุดนี้มีประโยชน์โดยเฉพาะกับงานที่สลับสถานที่หรืออุปกรณ์ระหว่างวัน
เรื่องราวเกี่ยวกับ Google ไดรฟ์
ก่อนใช้จริง หลายคนมีไฟล์กระจายอยู่ในแกลเลอรี โฟลเดอร์ดาวน์โหลด อีเมล และห้องสนทนา ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ไม่มีพื้นที่เก็บ แต่คือไม่รู้ว่าไฟล์ล่าสุดอยู่ที่ไหน ฉันเคยเสียเวลาค้นเอกสารจากชื่อที่จำไม่ได้ หรือเปิดไฟล์หลายฉบับเพื่อดูว่าอันไหนเป็นเวอร์ชันสุดท้าย การนำไฟล์มาไว้ในไดรฟ์ช่วยได้ก็ต่อเมื่อเราปรับวิธีตั้งชื่อและจัดโฟลเดอร์ไปพร้อมกัน
ฉันแนะนำให้เริ่มด้วยโฟลเดอร์หลักไม่กี่ชุด เช่น งานส่วนตัว งานประจำ เอกสารสำคัญ และไฟล์ที่ต้องส่งต่อ จากนั้นค่อยแบ่งย่อยตามโครงการหรือเดือน แทนที่จะสร้างโฟลเดอร์ใหม่ทุกครั้งที่มีไฟล์ชิ้นหนึ่ง เพราะโครงสร้างที่ละเอียดเกินไปจะทำให้การบันทึกไฟล์ช้าลงและทำให้เราเลิกใช้ระบบในที่สุด
สิ่งที่ควรทำตั้งแต่แรกคือกำหนดรูปแบบชื่อไฟล์ให้สม่ำเสมอ ฉันมักใส่ชื่อเรื่อง ตามด้วยสถานะ เช่น “ร่าง” หรือ “ส่งแล้ว” และวันที่เมื่อจำเป็น วิธีนี้มีประโยชน์มากกว่าการพึ่งชื่ออัตโนมัติอย่าง “เอกสารใหม่” หรือ “รูปภาพ” เพราะในภายหลังเราจะค้นจากคำสำคัญได้ง่ายขึ้น แม้จำไม่ได้ว่าเก็บไว้ในโฟลเดอร์ใด
ถ้าคุณทำงานร่วมกับคนอื่น อย่าใช้โฟลเดอร์ร่วมเป็นที่ทิ้งทุกอย่าง ควรแยกไฟล์ที่กำลังทำงานออกจากไฟล์อ้างอิงและไฟล์ที่เสร็จแล้ว การแบ่งแบบนี้ช่วยให้คนที่ได้รับสิทธิ์เข้าถึงไม่ต้องเดาว่าไฟล์ใดควรเปิดหรือแก้ไข และลดโอกาสที่เอกสารเก่าจะถูกนำไปใช้ผิดโดยไม่ตั้งใจ
ส่งไฟล์จากโทรศัพท์เข้าที่ให้เรียบร้อย
การใช้งานที่ฉันพบว่าคุ้มที่สุดคือการส่งไฟล์จากโทรศัพท์เข้าโฟลเดอร์ที่ถูกต้องทันที เช่น ใบเสร็จ รูปเอกสาร หรือไฟล์ที่ดาวน์โหลดจากแอปอื่น แทนที่จะปล่อยไว้ในโฟลเดอร์ดาวน์โหลดแล้วค่อยจัดการทีหลัง การทำทันทีใช้เวลาไม่นาน แต่ช่วยลดกองงานค้างที่มักถูกลืม
ในสถานการณ์จริง สมมติว่าฉันได้รับเอกสารจากลูกค้าผ่านแชต ฉันจะบันทึกไฟล์เข้าไดรฟ์ เปลี่ยนชื่อให้สื่อความหมาย และย้ายไปยังโฟลเดอร์ของงานนั้น จากนั้นจึงแชร์ไฟล์หรือส่งลิงก์ให้ผู้ร่วมงาน วิธีนี้ดีกว่าการส่งไฟล์ซ้ำหลายรอบ เพราะทุกคนอ้างอิงจากจุดเดียว และฉันยังกลับมาตรวจสอบไฟล์ต้นฉบับได้
อย่างไรก็ตาม การเก็บทุกอย่างไว้ในไดรฟ์ไม่ได้หมายความว่าควรเปิดการซิงค์กับทุกอุปกรณ์แบบไม่คิดก่อน หากโทรศัพท์มีพื้นที่จำกัด ฉันจะเลือกเปิดไฟล์ที่ต้องใช้บ่อยไว้สำหรับการเข้าถึงแบบออฟไลน์เท่านั้น ส่วนไฟล์ขนาดใหญ่หรือไฟล์ที่ไม่ค่อยได้เปิดควรปล่อยให้อยู่บนคลาวด์ วิธีนี้ช่วยรักษาพื้นที่ในเครื่องและยังคงมีไฟล์สำคัญพร้อมใช้ตอนสัญญาณไม่ดี
ตั้งชื่อให้ค้นเจอ ไม่ใช่แค่จำได้ตอนบันทึก
หลายคนใช้ช่องค้นหาเมื่อหาไฟล์ไม่เจอ แต่ผลลัพธ์จะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อชื่อไฟล์บอกอะไรได้จริง ฉันจึงหลีกเลี่ยงชื่อกว้าง ๆ และใส่คำที่น่าจะนึกถึงในอนาคต เช่น ชื่อลูกค้า ชื่อโครงการ หรือประเภทเอกสาร หากมีเอกสารหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกัน ฉันจะใช้คำขึ้นต้นเหมือนกันเพื่อให้ผลค้นหาอยู่ใกล้กัน
การค้นหาไม่ควรเป็นแผนสำรองเพียงอย่างเดียว เพราะการจัดโฟลเดอร์ยังช่วยให้เห็นบริบทของงาน เมื่อฉันเปิดโฟลเดอร์โครงการ ฉันจะเห็นเอกสารประกอบ ไฟล์ส่งมอบ และไฟล์ร่างอยู่ด้วยกัน ทำให้ไม่ต้องจำคำค้นที่ใช้ตั้งชื่อทุกไฟล์ ระบบที่ดีจึงควรใช้ทั้งโฟลเดอร์และการค้นหา ไม่ใช่พึ่งอย่างใดอย่างหนึ่ง
เคล็ดลับอีกอย่างคือเลือกคำในชื่อไฟล์ที่คนอื่นในทีมจะนึกถึงได้ด้วย ไม่ใช่คำย่อส่วนตัวที่มีเพียงฉันเข้าใจ หากเพื่อนร่วมงานต้องรับช่วงต่อ การค้นจากชื่อลูกค้าหรือหัวข้องานจะเป็นธรรมชาติกว่าการจำรหัสย่อของคนสร้างไฟล์ จุดนี้ดูเล็กน้อย แต่ลดการถามว่า “ไฟล์ไหนนะ” ได้มากเมื่อโฟลเดอร์เริ่มมีเอกสารหลายฉบับ
ทำให้การเก็บไฟล์เป็นกิจวัตรที่พอทำต่อได้
การติดตั้งแอปไม่ใช่จุดเปลี่ยนสำคัญเท่ากิจวัตรหลังใช้งาน ฉันแบ่งการดูแลไฟล์เป็นสามช่วง คือ ตอนรับไฟล์ ตอนทำงาน และตอนปิดงาน ทุกครั้งที่มีไฟล์เข้ามา ฉันจะตัดสินใจทันทีว่าไฟล์นั้นต้องเก็บ ต้องส่งต่อ หรือไม่จำเป็นต้องเก็บ ถ้าปล่อยให้ทุกอย่างผ่านเข้าโฟลเดอร์เดียว ระบบจะรกอย่างรวดเร็ว
ระหว่างทำงาน ฉันพยายามใช้ไฟล์หลักเพียงฉบับเดียวเมื่อเป็นไปได้ แทนการดาวน์โหลด แก้ไข แล้วอัปโหลดกลับเป็นไฟล์ใหม่หลายครั้ง การมีสำเนาหลายชุดทำให้เกิดคำถามว่าไฟล์ใดล่าสุด และอาจทำให้การแก้ไขของคนอื่นไม่ตรงกับฉบับที่เราเปิดอยู่ ถ้าจำเป็นต้องเก็บร่าง ฉันจะตั้งชื่อให้เห็นสถานะชัดเจนและย้ายออกจากพื้นที่ส่งมอบ
เมื่อจบงาน ฉันจะตรวจสิทธิ์การเข้าถึงและจัดไฟล์ให้เข้าที่ ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างในครั้งเดียว แค่ย้ายไฟล์ที่เสร็จแล้วออกจากโฟลเดอร์งานปัจจุบัน และลบสำเนาที่ไม่ใช้ ก็ช่วยให้การเริ่มงานครั้งถัดไปสะอาดขึ้น จุดนี้เป็นข้อได้เปรียบของการใช้ไดรฟ์เป็นระบบ เพราะมันทำให้การปิดงานมีขั้นตอน ไม่ใช่แค่หยุดเมื่อส่งไฟล์แล้ว
แชร์ให้ตรงคนและบอกให้ชัดว่าต้องทำอะไร
การแชร์ไฟล์สะดวกมาก โดยเฉพาะเมื่อผู้รับต้องดูเอกสารเดียวกับเรา แต่ฉันไม่แนะนำให้ใช้สิทธิ์แก้ไขกับทุกคนโดยอัตโนมัติ ถ้าผู้รับเพียงต้องอ่านหรือดาวน์โหลด การให้สิทธิ์ที่จำกัดกว่านั้นช่วยลดความเสี่ยงจากการแก้ไขโดยไม่ตั้งใจ สำหรับไฟล์ที่ยังอยู่ระหว่างตรวจ ฉันจะส่งให้เฉพาะคนที่เกี่ยวข้อง และค่อยขยายการเข้าถึงเมื่อเนื้อหาพร้อม
อีกเคล็ดลับหนึ่งคือเขียนข้อความกำกับเมื่อแชร์ไฟล์ อย่าส่งเพียงลิงก์โดยไม่บอกว่าไฟล์นี้ใช้ทำอะไรหรือผู้รับต้องดำเนินการอย่างไร ข้อความสั้น ๆ เช่น ขอให้ตรวจส่วนใด หรือใช้ไฟล์นี้แทนฉบับก่อนหน้า ช่วยลดการถามกลับและป้องกันการใช้ไฟล์ผิดฉบับได้มาก
ถ้าคุณทำงานเป็นทีม ควรตกลงกันก่อนว่าใครเป็นเจ้าของการจัดโฟลเดอร์และการตั้งชื่อ ไม่เช่นนั้นแต่ละคนจะสร้างระบบของตัวเองในพื้นที่เดียวกัน ฉันพบว่าการมีคนดูแลโครงสร้างเพียงหนึ่งหรือสองคน ทำให้ทีมค้นไฟล์ง่ายกว่า แม้ทุกคนยังมีสิทธิ์อัปโหลดและแก้ไขตามหน้าที่
ให้ไดรฟ์ทำหน้าที่เก็บไฟล์ ไม่ใช่ทุกอย่าง
Google ไดรฟ์เหมาะกับการเป็นศูนย์กลางไฟล์ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นเครื่องมือสำหรับทุกขั้นตอน ฉันใช้มันเก็บเอกสารและไฟล์ที่ต้องอ้างอิง ส่วนการพูดคุยเร่งด่วนยังเหมาะกับแชต และการติดตามงานอาจเหมาะกับแอปจัดการงานมากกว่า การพยายามยัดการสนทนา รายการงาน และไฟล์ทั้งหมดไว้ในที่เดียวอาจทำให้การใช้งานซับซ้อนขึ้น
เมื่อเทียบกับการเก็บไฟล์ไว้ในเครื่อง จุดแข็งของไดรฟ์คือการเข้าถึงจากหลายอุปกรณ์และการแบ่งปันที่เป็นระบบกว่า ส่วนการเก็บไว้ในเครื่องยังได้เปรียบเมื่อทำงานกับไฟล์โดยไม่ต้องพึ่งการเชื่อมต่อหรือเมื่อไม่ต้องการแชร์กับใคร สำหรับคนที่ใช้ระบบของ Apple อยู่แล้ว บริการพื้นที่ของ Apple อาจรู้สึกเข้ากับอุปกรณ์มากกว่า และคนที่ทำงานในระบบ Microsoft อย่างหนักอาจชอบ OneDrive เพราะเชื่อมกับเครื่องมือที่ใช้อยู่เป็นประจำ
ในทางกลับกัน ถ้าคุณทำงานร่วมกับคนหลายกลุ่มที่ใช้บัญชีและอุปกรณ์ต่างกัน ไดรฟ์มักเป็นตัวเลือกที่เริ่มต้นง่าย เพราะคนจำนวนมากคุ้นกับแนวคิดการเปิดไฟล์จากลิงก์ ข้อได้เปรียบนี้ไม่ได้แปลว่ามันจัดการทุกอย่างได้ดีที่สุด แต่ลดแรงเสียดทานในทีมที่ไม่ได้ใช้ระบบเดียวกันทั้งหมด
เลือกไฟล์ออฟไลน์ก่อนถึงเวลาที่ต้องใช้
การใช้ไดรฟ์ระหว่างเดินทางต้องคิดล่วงหน้ากว่าการเปิดไฟล์ที่อยู่ในเครื่อง ฉันมักเลือกเอกสารที่ต้องใช้ก่อนออกจากบ้าน แล้วตรวจว่าเปิดได้จริง แทนการสมมติว่าไฟล์ทุกชิ้นจะพร้อมใช้งานเมื่อไม่มีสัญญาณ วิธีนี้เหมาะกับตารางงานที่มีเอกสารไม่กี่ชิ้นให้ตรวจ แต่ไม่เหมาะกับคนที่ต้องเปิดไฟล์ใหม่จำนวนมากแบบไม่รู้ล่วงหน้า
ตัวอย่างเช่น ก่อนประชุม ฉันอาจเตรียมเอกสารอ้างอิงและไฟล์ที่ต้องแสดงไว้ล่วงหน้า ส่วนไฟล์ประกอบที่ไม่แน่ใจว่าจะใช้หรือไม่ ปล่อยไว้บนคลาวด์ การเลือกเฉพาะสิ่งจำเป็นช่วยไม่ให้เก็บข้อมูลทุกอย่างไว้ในโทรศัพท์ และยังลดโอกาสที่ฉันจะพบปัญหาการโหลดไฟล์ตอนกำลังรีบ
ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนฝากงานไว้บนคลาวด์
ข้อจำกัดแรกคือพื้นที่ฟรีไม่ควรถูกมองว่าไม่มีวันเต็ม แม้เริ่มต้นใช้งานได้โดยไม่เสียเงิน แต่เมื่อสะสมรูปภาพ วิดีโอ ไฟล์งาน และไฟล์ที่แชร์จำนวนมาก พื้นที่ย่อมลดลง ฉันจึงไม่ใช้ไดรฟ์เป็นที่เก็บไฟล์ทุกอย่างแบบไม่คัดเลือก การลบสำเนาที่ไม่จำเป็นและย้ายไฟล์ขนาดใหญ่ที่ไม่ต้องเปิดบ่อยเป็นนิสัยที่ช่วยยืดอายุระบบได้
หากต้องการพื้นที่เพิ่ม มีการซื้อภายในแอปตั้งแต่ประมาณ 31 บาทไปจนถึงราว 36,600 บาทต่อรายการ ช่วงราคาที่กว้างมากหมายความว่าควรตรวจความต้องการของตัวเองก่อนจ่ายเงิน ฉันไม่แนะนำให้ซื้อพื้นที่เพิ่มเพียงเพราะโฟลเดอร์รก เพราะพื้นที่มากขึ้นไม่ได้แก้ปัญหาการจัดระเบียบ และอาจทำให้เราผัดวันคัดไฟล์ออกไป
อีกจุดที่ต้องระวังคือการทำงานแบบออฟไลน์ ไฟล์ที่อยู่บนคลาวด์ไม่ได้พร้อมใช้งานโดยอัตโนมัติทุกสถานการณ์ ฉันจะเตรียมไฟล์สำคัญก่อนเดินทางหรือก่อนเข้าพื้นที่สัญญาณไม่แน่นอน และทดสอบเปิดไฟล์นั้นล่วงหน้า หากรอจนถึงเวลาต้องใช้จริงแล้วค่อยค้นหา อาจพบว่าไฟล์ยังโหลดไม่เสร็จหรือไม่ได้เตรียมไว้สำหรับการเข้าถึงแบบออฟไลน์
การแชร์ก็มีความสับสนได้ โดยเฉพาะเมื่อมีทั้งไฟล์ส่วนตัว ไฟล์จากทีม และไฟล์ที่ผู้อื่นแชร์มา ฉันจึงแยกพื้นที่งานของตัวเองออกจากไฟล์ที่ได้รับจากคนอื่น และไม่ย้ายทุกอย่างเข้ามาปะปนกันทันที วิธีนี้ช่วยให้รู้ว่าไฟล์ใดฉันเป็นผู้ดูแล และไฟล์ใดควรสอบถามเจ้าของก่อนแก้ไข
ผู้ใช้ที่ต้องการการควบคุมไฟล์แบบละเอียดมาก อาจรู้สึกว่าการจัดการสิทธิ์และโครงสร้างแชร์ต้องใช้ความระมัดระวัง หากคุณทำงานกับข้อมูลที่มีข้อกำหนดภายในองค์กรเข้มงวด ควรตรวจแนวทางขององค์กรก่อนนำไฟล์ขึ้นระบบ ไม่ควรคิดว่าการมีรหัสผ่านโทรศัพท์เพียงอย่างเดียวเพียงพอสำหรับทุกประเภทเอกสาร
ความสะดวกไม่ควรแทนการคิดเรื่องข้อมูล
ฉันมองว่าความสะดวกของการเข้าถึงจากหลายอุปกรณ์ต้องแลกกับการตัดสินใจว่าไฟล์ใดควรอยู่บนบริการออนไลน์ เอกสารทั่วไป งานเขียน หรือไฟล์ที่ต้องทำร่วมกันเหมาะกับไดรฟ์มาก แต่ข้อมูลที่อ่อนไหวเป็นพิเศษควรได้รับการพิจารณาแยกต่างหาก ทั้งเรื่องสิทธิ์ผู้เข้าถึง การแชร์ต่อ และการเก็บสำเนา
การมีไฟล์อยู่ในไดรฟ์ไม่ได้แทนการสำรองข้อมูลทั้งหมด ฉันยังเก็บสำเนาของเอกสารสำคัญบางชนิดไว้อีกทางหนึ่ง โดยเฉพาะไฟล์ที่ถ้าหายแล้วสร้างใหม่ได้ยาก การทำสำเนาไม่จำเป็นต้องทำกับทุกไฟล์ แต่ควรทำกับสิ่งที่มีคุณค่าหรือเกี่ยวข้องกับงานระยะยาว
ก่อนแชร์ไฟล์ที่มีข้อมูลส่วนตัว ฉันจะตรวจทั้งชื่อผู้รับและระดับการเข้าถึงอีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อส่งต่อในจังหวะเร่งรีบ การตรวจสั้น ๆ ก่อนกดส่งเป็นนิสัยที่คุ้มกว่าแก้ความสับสนหลังจากมีคนเปิดไฟล์ผิดคนแล้ว และถ้าเป็นเอกสารที่ไม่ควรแพร่ต่อ ฉันจะหลีกเลี่ยงการส่งต่อแบบกว้างโดยไม่จำเป็น
ใครจะใช้แล้วคุ้ม และใครควรมองทางเลือกอื่น
ฉันแนะนำ Google ไดรฟ์ให้กับนักเรียน คนทำงานอิสระ เจ้าของกิจการขนาดเล็ก และครอบครัวที่ต้องแลกเปลี่ยนเอกสารกันบ่อย คนกลุ่มนี้มักต้องสลับระหว่างโทรศัพท์กับคอมพิวเตอร์ และต้องการส่งไฟล์ให้ผู้อื่นโดยไม่ต้องแนบไฟล์เดิมซ้ำหลายครั้ง มันยังเหมาะกับคนที่ต้องการเริ่มระบบจัดเก็บไฟล์โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในทันที
มันเหมาะเป็นพิเศษกับคนที่พร้อมทำกติกาง่าย ๆ ให้ตัวเอง เช่น ตั้งชื่อไฟล์ให้ชัด ใช้โฟลเดอร์ไม่กี่ชั้น ตรวจสิทธิ์ก่อนแชร์ และเคลียร์ไฟล์เป็นระยะ ถ้าคุณทำตามกติกาเหล่านี้ ไดรฟ์จะช่วยลดภาระการจำว่าไฟล์อยู่ที่ไหนได้จริง
แต่ฉันไม่แนะนำให้ใช้เป็นคำตอบเดียวสำหรับคนที่ต้องการระบบจัดการเอกสารเฉพาะทางมาก ๆ หรือคนที่ไม่ต้องการพึ่งบริการออนไลน์เลย หากงานของคุณต้องติดตามเวอร์ชันอย่างละเอียด มีขั้นตอนอนุมัติซับซ้อน หรือมีข้อกำหนดด้านการจัดเก็บเฉพาะองค์กร เครื่องมือเฉพาะทางอาจเหมาะกว่า เช่นเดียวกับคนที่ทำงานกับไฟล์ขนาดใหญ่จำนวนมากและต้องการประสิทธิภาพจากพื้นที่จัดเก็บในเครื่องโดยตรง
สำหรับผู้ใช้ที่กังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ฉันมองว่าการเริ่มจากแผนฟรีเป็นวิธีที่สมเหตุสมผล ใช้ไปสักระยะแล้วดูว่าพื้นที่เต็มเพราะไฟล์ประเภทใด ก่อนตัดสินใจซื้อเพิ่ม ส่วนผู้ที่มีอุปกรณ์และบริการหลักอยู่ในระบบอื่น ควรทดลองเทียบขั้นตอนจริงของตัวเอง ไม่ใช่เลือกจากชื่อแบรนด์เพียงอย่างเดียว
แอปนี้ได้รับการจัดเรตสำหรับผู้ใช้ตั้งแต่อายุ 3 ปีขึ้นไป และเปิดให้ใช้งานมาตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน 2554 อายุของบริการทำให้มันกลายเป็นเครื่องมือที่หลายคนพบเจอในชีวิตประจำวัน แต่สิ่งที่ทำให้ฉันยังกลับมาใช้ไม่ใช่ความคุ้นเคยอย่างเดียว เป็นเพราะมันช่วยเชื่อมช่วงเวลารับไฟล์ ทำงานร่วมกัน และค้นหาเอกสารภายหลังได้ในที่เดียว
โดยรวมแล้ว Google ไดรฟ์ให้ความรู้สึกเหมือนโต๊ะทำงานกลางที่ทุกคนเข้ามาหยิบเอกสารได้ แต่โต๊ะนั้นจะเป็นระเบียบหรือรกขึ้นอยู่กับวิธีใช้ของเรา ถ้าคุณจัดโฟลเดอร์และตั้งชื่อให้พอค้นเจอ การกลับไปหาเอกสารเก่าก็ไม่ต้องอาศัยความจำอย่างเดียว ส่วนคนที่ต้องควบคุมไฟล์ไว้ในเครื่องหรือมีขั้นตอนเอกสารที่ซับซ้อนกว่านั้น อาจได้ประโยชน์จากเครื่องมือเฉพาะทางมากกว่า
สรุปจากประสบการณ์ของฉัน Google ไดรฟ์มีค่ามากเมื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งของระบบทำงานที่มีระเบียบ ไม่ใช่เพียงถังเก็บไฟล์ออนไลน์ จุดแข็งคือการเข้าถึงและแบ่งปันที่สะดวก ส่วนจุดที่ต้องรับผิดชอบเองคือการจัดโฟลเดอร์ การดูแลพื้นที่ และการเลือกสิทธิ์ให้เหมาะสม ถ้าคุณยอมใช้เวลาเล็กน้อยกับกติกาเหล่านี้ ไดรฟ์จะช่วยให้ไฟล์ของคุณพร้อมใช้แทนที่จะเป็นกองเอกสารที่ต้องค้นแบบเดาสุ่ม แต่ถ้าคุณต้องการระบบเฉพาะทางหรือไม่อยากจัดการไฟล์บนคลาวด์ ทางเลือกอื่นอาจตรงกับวิธีทำงานของคุณมากกว่า
ข้อดี
- สำรองและเข้าถึงไฟล์ได้จากทุกอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อบัญชี Google
- ค้นหาไฟล์รวดเร็วด้วยระบบค้นหาที่แม่นยำและรองรับคำสำคัญ
- แชร์ไฟล์พร้อมกำหนดสิทธิ์ดู แก้ไข หรือแสดงความคิดเห็นได้
- รองรับการทำงานร่วมกับเอกสาร ชีต และสไลด์แบบเรียลไทม์
- มีระบบจัดการเวอร์ชัน ช่วยกู้คืนไฟล์หรือย้อนกลับการแก้ไขได้
ข้อเสีย
- พื้นที่ฟรี 15GB ต้องใช้ร่วมกับ Gmail และ Google Photos
- การซิงค์ไฟล์ขนาดใหญ่ใช้เวลานานเมื่ออินเทอร์เน็ตไม่เสถียร
- ฟีเจอร์ออฟไลน์ต้องตั้งค่าล่วงหน้าและอาจใช้พื้นที่เครื่องมาก
- การจัดการไฟล์จำนวนมากบนมือถือยังไม่สะดวกเท่าคอมพิวเตอร์
- ฟีเจอร์ขั้นสูงบางอย่างต้องสมัคร Google One หรือแพ็กเกจองค์กร
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Google ไดรฟ์
Google ไดรฟ์คืออะไร และเหมาะกับการใช้งานแบบใด?
Google ไดรฟ์คือบริการจัดเก็บไฟล์บนคลาวด์ของ Google ที่ช่วยให้คุณบันทึกเอกสาร รูปภาพ วิดีโอ PDF และไฟล์ประเภทต่าง ๆ ได้จากโทรศัพท์ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ หลังจากทดลองใช้งาน จุดเด่นคือการเข้าถึงไฟล์ได้ทุกที่และการซิงค์ข้อมูลที่ค่อนข้างสะดวก เหมาะทั้งสำหรับสำรองไฟล์ส่วนตัว ทำงานร่วมกับผู้อื่น และจัดเก็บเอกสารสำหรับเรียนหรือทำงาน โดยไม่ต้องพกไฟล์ไว้ในเครื่องตลอดเวลา
Google ไดรฟ์ให้พื้นที่จัดเก็บฟรีเท่าไร และต้องเสียเงินหรือไม่?
Google ไดรฟ์มีพื้นที่จัดเก็บฟรี 15 GB ต่อบัญชี Google โดยพื้นที่นี้ใช้ร่วมกับ Gmail และ Google Photos ด้วย ดังนั้นหากคุณมีอีเมลหรือรูปภาพจำนวนมาก พื้นที่อาจเต็มเร็วกว่าที่คาดไว้ หากต้องการความจุเพิ่ม สามารถสมัครแพ็กเกจ Google One ซึ่งมีหลายระดับราคาและความจุ ก่อนดาวน์โหลดควรตรวจสอบพื้นที่ว่างของบัญชี รวมถึงพิจารณาว่าการใช้งานของคุณจำเป็นต้องจ่ายเงินรายเดือนหรือไม่
Google ไดรฟ์สามารถใช้งานแบบออฟไลน์ได้หรือไม่?
Google ไดรฟ์รองรับการเปิดไฟล์บางประเภทแบบออฟไลน์ แต่ผู้ใช้ต้องเปิดการใช้งานล่วงหน้าขณะที่ยังเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอยู่ ฟีเจอร์นี้มีประโยชน์เมื่อเดินทาง อยู่ในพื้นที่สัญญาณไม่ดี หรือไม่ต้องการใช้ดาต้ามือถือ อย่างไรก็ตาม ไฟล์บางชนิดอาจต้องใช้แอปที่เกี่ยวข้อง เช่น Google เอกสาร ชีต หรือสไลด์ และการแก้ไขจะซิงค์กลับไปยังระบบเมื่อกลับมาออนไลน์ จึงควรเตรียมไฟล์สำคัญไว้ก่อนใช้งานออฟไลน์
Google ไดรฟ์ปลอดภัยสำหรับเก็บไฟล์ส่วนตัวและเอกสารสำคัญหรือไม่?
Google ไดรฟ์มีระบบรักษาความปลอดภัยของบัญชีและการจัดการสิทธิ์การเข้าถึงไฟล์ แต่ความปลอดภัยส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้ใช้ด้วย ควรตั้งรหัสผ่านที่คาดเดายาก เปิดการยืนยันแบบสองขั้นตอน และตรวจสอบว่าคุณแชร์ไฟล์ให้ใครบ้าง หลีกเลี่ยงการตั้งลิงก์เป็นสาธารณะโดยไม่จำเป็น รวมถึงระวังอีเมลหรือไฟล์ที่น่าสงสัย แม้บริการจะน่าเชื่อถือ แต่ไม่ควรใช้แทนการสำรองข้อมูลหลายรูปแบบสำหรับไฟล์ที่สำคัญมาก
Google ไดรฟ์เหมาะกับการทำงานร่วมกันหรือไม่ และแชร์ไฟล์อย่างไร?
Google ไดรฟ์เหมาะสำหรับการทำงานร่วมกัน โดยคุณสามารถแชร์ไฟล์หรือโฟลเดอร์ให้ผู้อื่นผ่านอีเมลหรือลิงก์ พร้อมกำหนดสิทธิ์เป็นผู้ดู ผู้แสดงความคิดเห็น หรือผู้แก้ไขได้ เมื่อนำไปใช้ร่วมกับ Google เอกสาร ชีต และสไลด์ หลายคนสามารถทำงานในไฟล์เดียวกันแบบเรียลไทม์ พร้อมดูประวัติการแก้ไขได้ อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบสิทธิ์ก่อนแชร์ทุกครั้ง เพื่อป้องกันการแก้ไขหรือนำข้อมูลไปเผยแพร่โดยไม่ได้ตั้งใจ
อ่านเกี่ยวกับ Google ไดรฟ์ ในภาษาของคุณ
Google ไดรฟ์
เว็บไซต์นี้นำเสนอข้อมูลอิสระเกี่ยวกับแอปของบุคคลที่สาม และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ เป็นเจ้าของ พัฒนา หรือจัดจำหน่ายแอปใดๆ ที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ ชื่อ โลโก้ และเครื่องหมายการค้าของแอปเป็นทรัพย์สินของเจ้าของแต่ละราย รายละเอียดของนักพัฒนามีไว้เพื่อใช้อ้างอิง โปรดติดต่อนักพัฒนาโดยตรงผ่าน apps-help@google.com เยี่ยมชม https://support.google.com/drive/?p=android_drive_help หรืออ่าน http://www.google.com/policies/privacy ของนักพัฒนา













